
การรักษาแผลเป็นจากสิว
สิวเป็นปัญหาที่พบบ่อยในวัยรุ่น ส่วนหนึ่งจะเป็นรุนแรงมาก จนเกิดแผลเป็นได้ แผลเป็นจากสิวมีหลายชนิดที่พบได้บ่อยคือ รอยแดง แผลเป็นชนิดหลุมกว้างตื้น แผลเป็นชนิดลึก ขอบแข็ง แผลเป็นชนิดหลุมเล็กลึก แผลเป็นชนิดรอยดำ แผลเป็นชนิดนูน
การป้องกันแผลเป็นสามารถทำได้โดยการรักษาสิวให้หายโดยเร็ว ซึ่งทำได้ด้วยการรับประทานยาบางชนิด เช่น ยาอนุพันธ์ของไวตามินเอ หลังสิวหายสนิทแล้วประมาณ 1เดือน หากมีรอยแผลเป็นสามารถเริ่มรักษาได้ด้วยวิธีการหลายชนิด เพื่อให้ผิวเรียบ วิธีการแต่ละชนิดจะมีความเหมาะสม สำหรับแผลเป็นบางประเภทเท่านั้น เช่น
- แผลเป็นรอยแดง รักษาได้ด้วย การฉายแสงความเข็มสูง ( เช่นOmnilight) เสันเลือดฝอยที่ขยายตัว จะถูกทำลาย ขณะที่มีการกระตุ้นการสร้างคลอลาเจนไปพร้อมกัน ทำให้ผิวเรียบขึ้น และรอยแดงจางลง
- แผลเป็นชนิดหลุมกว้างตื้น จำเป็นต้องกระตุ้นการสร้างคลอลาเจนใหม่ใต้ผิวหนัง ซึ่งทำได้หลายงวิธี เช่น การยิงแสงเลเซอร์ Long-pulse Nd:YAG(เช่นCutera) หรือใช้ เลเซร์ Fractional เช่น Mosaic หรือใช้ลูกกลิ้ง Dermaroller ต้องทำประมาณ 3-5 ครั้ง ทิ้งระยะห่างแต่ละครั้งประมาณ หนึ่งเดือน
- แผลเป็นชนิดหลุมลึกขอบ และก้นหลุมมีพังผืด การรักษาต้องใช้เข็มเข้าไปตัดพังผืดเรียกว่า Subcision และกระตุ้นด้วย Dermaroller หรือเลเซอร์Fractional ต้องทำซ้ำ ประมาณเดือนละครั้ง ตั้งแต่ 3-5 ครั้ง
- แผลเป็นชนิดหลุมเล็ก แต่ลึกการรักษาต้องตัดหลุมออก ด้วย Punch bipsy ขนาดประมาณ 2 มม เย็บแผล และหลังตัดไหมสามารถกระตุ้นการสร้างคลอราเจนและลดความแดงด้วย Omnilight ให้รอยเย็บเลือนไป
- รอยแผลเป็นชนิดดำ สามารถทำให้จางลงด้วยเลเซอร์ Q-switched Nd YAG เช่น Spectra VRM
- แผลเป็นชนิดนูนแดง มักพบในคนที่เป็นแผลเป็นง่าย ในบางตำแหน่ง สามารถรักษาด้วงยการฉายแสง Omnilight และฉีดยาลดการสร้างพังผืด แผลเป็นชนิดนี้จะยุบตัวและความแดงลดลง แต่ต้องทำต่อเนื่องเป็นระยะหลายครั้ง
ศ.นพ.นิวัติ พลนิกร


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น